Knowledge Center

จัดการ Lot และวันหมดอายุอย่างไรไม่ให้เสียของ ฉบับอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

ภาพปกบทความจัดการ Lot และวันหมดอายุสำหรับอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

การจัดการสินค้าหมดอายุให้ไม่เสียของ ไม่ได้จบที่ “หยิบของใกล้หมดอายุออกก่อน” แต่ต้องทำครบ 4 จุด: (1) ผูก Lot / วันผลิต (MFG) / วันหมดอายุ (EXP) เข้ากับสต๊อกตั้งแต่วันรับเข้า (2) ตั้งกฎอายุคงเหลือขั้นต่ำก่อนปล่อยขาย (3) มีบันไดระบายของใกล้หมดอายุตามจำนวนเดือนที่เหลือ ก่อนจะกลายเป็น Dead Stock (4) เก็บข้อมูลว่าออเดอร์ไหนได้ Lot ไหน เพื่อเรียกคืนเฉพาะล็อตได้ในวันที่มีปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้สำคัญเป็นพิเศษกับอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เพราะฉลากต้องแสดงวันหมดอายุ และลูกค้าเช็ก EXP ทุกครั้งที่แกะกล่อง

ทำไมอาหารเสริมและเครื่องสำอางต้องคุม Lot ละเอียดกว่าสินค้าทั่วไป

เพราะสินค้าสองกลุ่มนี้มีอายุจำกัด ราคาต่อชิ้นสูง และลูกค้าตัดสินคุณภาพจากวันหมดอายุบนกล่องทันทีที่ได้รับ ถ้าคุมแค่ “จำนวนชิ้นต่อ SKU” โดยไม่รู้ว่าแต่ละชิ้นมาจาก Lot ไหน หมดอายุเมื่อไร ร้านจะเจอปัญหาเหล่านี้ซ้ำ ๆ

ปัญหาที่เจอบ่อยต้นเหตุจริงผลกระทบ
ลูกค้ารีวิวว่า “ได้ของใกล้หมดอายุ”ไม่มีกฎอายุคงเหลือก่อนปล่อยขายคะแนนร้านตก ขอคืนเงิน
ของล็อตเก่าค้าง ล็อตใหม่ขายหมดหยิบตามความสะดวก ไม่หยิบตาม EXPของหมดอายุคาคลัง ต้องตัดทิ้ง
เจอของเสียล็อตเดียว แต่ต้องเก็บคืนทั้ง SKUไม่ได้บันทึกว่าออเดอร์ไหนได้ Lot ไหนต้นทุนเรียกคืนบานปลาย เสียความเชื่อมั่น
ทำโปรระบายของไม่ทันรู้ตัวตอนเหลืออายุไม่กี่สัปดาห์ขายได้แค่ราคาทุนหรือต่ำกว่า

หลักการหยิบสินค้าตามวันหมดอายุ (FEFO) เป็นแค่ “ปลายทาง” ของระบบ ถ้ายังไม่แน่ใจว่า FEFO ต่างจาก FIFO อย่างไร อ่านพื้นฐานได้ที่บทความ FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร บทความนี้จะโฟกัสส่วนที่ต้องทำ ก่อน และ หลัง การหยิบ

ฉลากต้องมีอะไรบ้าง: ข้อมูลที่ อย. กำหนดและเกี่ยวกับ Lot / EXP

คำตอบสั้น: ฉลากเครื่องสำอางต้องแสดง เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต (Lot/Batch), เดือนปีที่ผลิต และเดือนปีที่หมดอายุ (มีเงื่อนไขตามประกาศ) ส่วนอาหารรวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องแสดง วันหมดอายุหรือวันควรบริโภคก่อน และห้ามจำหน่ายเมื่อพ้นวันที่ระบุ

ประเภทข้อมูลบนฉลากที่เกี่ยวกับ Lot / วันที่ที่มา
เครื่องสำอางเลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต · เดือนปีที่ผลิต · เดือนปีที่หมดอายุ (มีเงื่อนไข)ตัวอย่างฉลากเครื่องสำอางของกองควบคุมเครื่องสำอางฯ อย. อ้างประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอาง พ.ศ. 2562
อาหาร / ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวันเดือนปีที่ “หมดอายุ” หรือ “ควรบริโภคก่อน” มีอายุเก็บไม่เกิน 90 วันต้องแสดงวัน เดือน ปี ถ้าเกิน 90 วันแสดงเดือนและปีได้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 367) พ.ศ. 2557 ข้อ 4(9) และฉบับปรับปรุงตามที่กองอาหาร อย. เผยแพร่
ข้อห้ามสำคัญผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่าย ต้องไม่จำหน่ายอาหารที่พ้นวันหมดอายุหรือควรบริโภคก่อนประกาศฯ (ฉบับที่ 367) ข้อ 4/1

แปลเป็นงานคลัง: ข้อมูลที่ต้องบันทึกในระบบมีอยู่บนฉลากอยู่แล้ว ไม่ต้องเดา หน้าที่ของร้านคือ ดึงข้อมูลเหล่านั้นเข้าระบบให้ครบตั้งแต่วันรับของ และใช้มันตัดสินใจทุกขั้นถัดไป

หมายเหตุ: ข้อกำหนดฉลากมีรายละเอียดและข้อยกเว้นตามประเภทสินค้า ตารางนี้สรุปเพื่อการวางระบบคลังเท่านั้น ก่อนพิมพ์ฉลากหรือวางนโยบาย ควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดกับ อย. หรือที่ปรึกษาด้านทะเบียนผลิตภัณฑ์

ขั้นที่ 1: ผูก Lot, MFG, EXP เข้ากับสต๊อกตั้งแต่รับเข้า

คำตอบสั้น: ทุกครั้งที่รับสินค้าเข้าคลัง ให้บันทึก SKU + เลข Lot + MFG + EXP + จำนวน เป็นหนึ่งชุดข้อมูล แล้วจัดเก็บแยกตาม Lot ถ้าข้อมูลไม่ครบ ห้ามปล่อยเข้าสถานะพร้อมขาย

ผังการไหลของข้อมูล Lot ตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลังจนถึงตามรอยเพื่อเรียกคืนสินค้า

ข้อมูลที่ต้องบันทึกตอนรับเข้า

ฟิลด์ตัวอย่างใช้ทำอะไรต่อ
SKUVITC-1000-30ผูกกับหน้าร้านทุกช่องทาง
เลข Lot / BatchL260815แยกเก็บ ตามรอย เรียกคืน
วันผลิต (MFG)15/08/2026คำนวณ % อายุคงเหลือ
วันหมดอายุ (EXP)15/08/2028ลำดับการหยิบ และกฎปล่อยขาย
จำนวนรับจริง1,200 ชิ้นเทียบกับใบสั่งซื้อ
วันที่รับเข้า + ใบสั่งซื้อ/ผู้ส่ง02/10/2026 · PO-0931ย้อนกลับไปหาซัพพลายเออร์ได้
สถานะพร้อมขาย / กักไว้ตรวจกันของที่ยังไม่ผ่านกฎออกจากหน้าร้าน

(ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติ)

4 กฎหน้างานที่ควรตั้งตั้งแต่วันแรก

  1. 1 พาเลทหรือ 1 Bin = 1 Lot อย่าเทล็อตใหม่ทับล็อตเก่าในช่องเดียวกัน ไม่อย่างนั้นข้อมูลในระบบจะตรงแต่ของจริงปนกัน
  2. ล็อตที่ส่งมารอบเดียวกันแต่ EXP ต่างกัน ให้นับเป็นคนละ Lot ในระบบ ซัพพลายเออร์บางรายรวมหลายล็อตในกล่องเดียว ต้องแยกตอนรับเข้า
  3. ของที่ไม่มีเลข Lot หรือ EXP อ่านไม่ออก ให้กักไว้ก่อน แล้วแจ้งซัพพลายเออร์ อย่าปล่อยเข้าสต๊อกพร้อมขาย
  4. ตรวจ EXP กับกฎอายุคงเหลือทันทีตอนรับเข้า (ขั้นที่ 2) ถ้าของมาถึงพร้อมอายุสั้นเกินกฎ ให้ต่อรองหรือตีกลับตั้งแต่วันนั้น ดีกว่ามารู้ตัวตอนขายไม่ออก

ส่วนเรื่องอุณหภูมิและสภาพห้องเก็บ ซึ่งมีผลต่ออายุสินค้าโดยตรง อ่านรายละเอียดได้ที่ วิธีเก็บสกินแคร์และเครื่องสำอางช่วงอากาศร้อน

ขั้นที่ 2: ตั้งกฎอายุคงเหลือขั้นต่ำก่อนปล่อยขาย

คำตอบสั้น: กฎอายุคงเหลือขั้นต่ำ (Minimum Remaining Shelf Life) คือเกณฑ์ที่ร้านตั้งเองว่า สินค้าต้องเหลืออายุอย่างน้อยเท่าไรถึงจะรับเข้า ขายปกติ หรือส่งให้ลูกค้าได้ นิยมตั้งเป็น % ของอายุทั้งหมด หรือเป็นจำนวนเดือนขั้นต่ำ

สูตร: % อายุคงเหลือ = (EXP − วันนี้) ÷ (EXP − MFG) × 100

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ): เซรั่มผลิต 1 ม.ค. 2026 หมดอายุ 1 ม.ค. 2028 (อายุทั้งหมด 24 เดือน) วันนี้ 3 ต.ค. 2026 เหลืออายุประมาณ 15 เดือน

  • % อายุคงเหลือ = 15 ÷ 24 × 100 = ประมาณ 62%
ตารางตัวอย่างกฎอายุคงเหลือขั้นต่ำก่อนรับเข้า ขาย และส่งสินค้า

ตัวอย่างนโยบายกฎอายุคงเหลือ (ไม่ใช่ข้อกฎหมาย)

จุดตัดสินใจตัวอย่างเกณฑ์ (สินค้าอายุ 24 เดือน)ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์
รับเข้าจากซัพพลายเออร์เหลือ ≥ 70% (ราว 17 เดือน)ต่อรองราคา ขอเปลี่ยนล็อต หรือตีกลับ
ขายปกติบนหน้าร้าน B2Cเหลือ ≥ 6 เดือนย้ายเข้าบันไดระบายของ (ขั้นที่ 3)
ขายส่ง / ร้านค้าปลีกที่รับไปขายต่อตามที่คู่ค้ากำหนด มักต้องการอายุยาวกว่า B2Cส่งล็อตที่ใหม่กว่าแทน
ของแถม / Samplingเหลือ ≥ 3 เดือน และแจ้ง EXP ให้ผู้รับเห็นชัดหยุดใช้ ตัดเข้าขั้นตัดจำหน่าย

วิธีเลือกตัวเลขของร้านเอง:

  • สินค้าที่ลูกค้าใช้นาน (เช่น อาหารเสริมกระปุกใหญ่ ครีมขนาดใหญ่) ต้องเผื่ออายุให้ลูกค้าใช้จนหมดได้ เกณฑ์ขายปกติควรยาวกว่าระยะเวลาใช้หมด 1 ชิ้น
  • ดูความเร็วขายจริง: ถ้า SKU นี้ใช้เวลาขาย 1 ล็อตหมด 4 เดือน เกณฑ์รับเข้าต้องยาวพอให้ขายหมดก่อนแตะเกณฑ์ขายปกติ
  • เช็กเงื่อนไขช่องทางขาย: Marketplace หรือคู่ค้าแต่ละรายอาจมีข้อกำหนดเรื่องอายุคงเหลือของตัวเอง ให้ใช้ข้อที่เข้มที่สุดเป็นเกณฑ์ของ SKU นั้น
  • เขียนเป็นนโยบายเดียว ใช้ทุกช่องทาง แล้วส่งให้คลังที่ดูแลสต๊อก เพื่อให้กฎถูกใช้ตอนหยิบจริง ไม่ใช่แค่อยู่ในไฟล์ของฝ่ายขาย

ขั้นที่ 3: บันไดระบายสินค้าใกล้หมดอายุ ก่อนกลายเป็น Dead Stock

คำตอบสั้น: ให้กำหนดล่วงหน้าว่า เหลืออายุกี่เดือนจะทำอะไร ไล่จากขายปกติ → Bundle → Flash Sale → ขายเคลียร์ B2B → หยุดขายและตัดจำหน่าย ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งเหลือทางเลือกที่ได้ราคาดี

บันไดการจัดการสินค้าใกล้หมดอายุตามจำนวนเดือนที่เหลือ

อายุคงเหลือ (ตัวอย่าง สินค้าอายุ 24 เดือน)สถานะสิ่งที่ทำ
มากกว่า 12 เดือนปกติขายตามแผน หยิบตาม EXP
6–12 เดือนเฝ้าระวังเช็กยอดขายรายล็อตทุกเดือน ถ้าคาดว่าขายไม่ทัน เริ่มจัด Bundle คู่กับสินค้าขายดี หรือซื้อ 2 ชิ้นราคาพิเศษ
3–6 เดือนเร่งระบายFlash Sale / โค้ดเฉพาะล็อต ระบุ EXP ในหน้าสินค้าให้ชัด ใช้เป็นของแถมสำหรับยอดซื้อขั้นต่ำ
1–3 เดือนเคลียร์ขายเคลียร์ B2B ให้ร้านที่ขายหมดเร็ว หรือใช้ในงานอีเวนต์/Sampling พร้อมแจ้ง EXP เพราะหากหยุดขายในช่องทางที่ต้องการอายุยาว
น้อยกว่า 1 เดือน / หมดอายุหยุดขายกักแยกออกจากสต๊อกพร้อมขาย ทำลายตามขั้นตอนที่มีหลักฐาน และ ตัดจำหน่าย (Write-off) ทางบัญชี

3 เรื่องที่ร้านมักพลาดตอนระบายของ:

  1. ลดราคาแต่ไม่บอก EXP ลูกค้าได้ของแล้วรู้สึกถูกหลอก รีวิวลบมาแทนยอดขาย บอกให้ชัดตั้งแต่หน้าสินค้า เช่น “EXP 03/2027 ราคาพิเศษ”
  2. ทำ Bundle โดยไม่ล็อกล็อต ระบบอาจหยิบล็อตใหม่ไปใส่ Bundle แทนล็อตที่ตั้งใจระบาย ต้องแจ้งคลังว่าโปรนี้ใช้ Lot ไหน
  3. รอจนหมดอายุแล้วค่อยคิด สำหรับอาหาร การจำหน่ายสินค้าที่พ้นวันหมดอายุหรือควรบริโภคก่อนเป็นสิ่งที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขห้ามไว้ ทางเลือกตอนนั้นเหลือแค่ทำลายและตัดจำหน่าย

ถ้าอยากเข้าใจผลกระทบของของค้างสต๊อกในภาพใหญ่ อ่านต่อได้ที่ Dead Stock คืออะไร ร้ายแรงแค่ไหน

ขั้นที่ 4: เรียกคืนเฉพาะล็อต (Lot Recall) ตามรอยว่าออเดอร์ไหนได้ล็อตไหน

คำตอบสั้น: การเรียกคืนเฉพาะล็อตทำได้ก็ต่อเมื่อ ระบบบันทึกว่าแต่ละออเดอร์ถูกหยิบจาก Lot ไหน ถ้าไม่มีข้อมูลนี้ ร้านจะต้องเรียกคืนหรือหยุดขายทั้ง SKU ซึ่งแพงกว่าหลายเท่า

ลำดับการเรียกคืนเฉพาะล็อต 6 ขั้น

  1. ระบุ Lot ที่มีปัญหา จากเรื่องร้องเรียนลูกค้า แจ้งจากผู้ผลิต หรือผลตรวจคุณภาพ
  2. กักสต๊อก Lot นั้นทันที (Hold) ทุกคลังและทุกช่องทาง ไม่ให้ถูกหยิบไปส่งเพิ่ม
  3. ดึงรายการออเดอร์ที่ได้ Lot นั้น ชื่อลูกค้า ช่องทางที่ซื้อ วันที่ส่ง จำนวน
  4. แจ้งลูกค้าและช่องทางขาย พร้อมวิธีส่งคืน/เปลี่ยนสินค้า
  5. รับคืนและแยกเก็บ ห้ามนำกลับเข้าสต๊อกพร้อมขาย บันทึกจำนวนที่ได้คืนเทียบกับที่ส่งออก
  6. สรุปรายงานและแก้ต้นเหตุ กับผู้ผลิต และตรวจว่ากรณีของสินค้าต้องแจ้งหน่วยงานกำกับหรือไม่ (ปรึกษา อย. หรือที่ปรึกษาด้านกฎหมาย)

สิ่งที่ต้องมีล่วงหน้าเพื่อให้ขั้นที่ 3 ทำได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง:

  • การบันทึก Lot ตอนหยิบหรือแพ็ก (ไม่ใช่แค่ตอนรับเข้า)
  • ข้อมูลออเดอร์จากทุกช่องทางอยู่ในระบบเดียว
  • หลักฐานการแพ็กรายออเดอร์ ใช้ยืนยันว่ากล่องนั้นส่งสินค้าอะไรออกไป

ลองซ้อมก่อนมีเหตุจริง: สุ่มเลือก 1 Lot แล้วลองถามระบบ/คลังว่า “ล็อตนี้ส่งให้ใครไปบ้าง” ถ้าตอบไม่ได้ภายในวันเดียว แปลว่าระบบตามรอยยังไม่พร้อม

เช็กลิสต์เลือกคลังสำหรับอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

ถ้าคุณใช้หรือกำลังเลือกผู้ให้บริการคลังสินค้า ให้ถามคำถามเหล่านี้ให้ได้คำตอบที่ชัด (ขอดูหน้าจอหรือรายงานตัวอย่างจริงได้ยิ่งดี)

เช็กลิสต์คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการคลังสินค้าเรื่อง Lot และวันหมดอายุ

  1. บันทึก Lot, MFG และ EXP ตอนรับเข้าทุกครั้งไหม ถ้าของมาไม่มีเลข Lot ทำอย่างไร
  2. จัดเก็บแยกตาม Lot และหยิบตามวันหมดอายุ (FEFO) ไหม
  3. ตั้งกฎอายุคงเหลือขั้นต่ำราย SKU ได้ไหม และกฎถูกใช้ตอนหยิบจริงหรือเปล่า
  4. แจ้งเตือนสินค้าใกล้หมดอายุล่วงหน้าได้กี่เดือน ดูรายงานสต๊อกแยกตาม Lot ได้ไหม
  5. กักสต๊อกเฉพาะ Lot (Hold) ได้ไหม โดยไม่ต้องปิดขายทั้ง SKU
  6. ดึงรายการออเดอร์ที่ได้ Lot ใด Lot หนึ่งได้ไหม ใช้เวลานานเท่าไร
  7. ห้องเก็บควบคุมอุณหภูมิไหม เหมาะกับสินค้าที่ไวต่อความร้อนหรือเปล่า
  8. ล็อกล็อตสำหรับโปร Bundle หรือ Flash Sale ได้ไหม
  9. มีหลักฐานการแพ็กรายออเดอร์ไหม เก็บไว้นานเท่าไร
MyCloud Fulfillment ให้บริการคลังสินค้าที่รองรับธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง/สกินแคร์

MyCloud Fulfillment ช่วยได้อย่างไร

MyCloud Fulfillment ให้บริการคลังสินค้าที่รองรับธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง/สกินแคร์ (ดูอุตสาหกรรมที่รองรับ) โดยมีระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับ Lot และวันหมดอายุ ดังนี้

  • จัดเก็บสินค้าแยกตามเลข Lot No. และ เรียงตามวันหมดอายุ (Expiry Date) เพื่อลดปัญหาสต๊อกหมดอายุและช่วยวางแผนการขาย (รายละเอียดระบบคลัง)
  • บันทึกวันผลิตและวันหมดอายุตั้งแต่ขั้นตอนรับเข้า และใช้การหยิบแบบ FEFO สำหรับสินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน เช่น สกินแคร์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม
  • WMS + Barcode Location ช่วยให้หยิบสินค้าได้แม่นยำ
  • แบ่งสต๊อกเป็น Available / Buffer สำหรับแคมเปญ / Safety Stock แจ้งเตือน ช่วยกันสต๊อกไว้สำหรับโปรระบายของ และแจ้งเตือนเมื่อสินค้าเหลือต่ำกว่าที่กำหนด
  • ห้องควบคุมอุณหภูมิ 24 องศา ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับสินค้าที่ไวต่ออุณหภูมิ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
  • วิดีโอการแพ็กทุกออเดอร์ เก็บไว้ 3 เดือน ดูผ่านลิงก์ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน
  • คลังสินค้า 2 สาขา มีนบุรีและลาดกระบัง พร้อมบริการส่งด่วนแบบ Instant (ส่งทันที) และ Express (ส่งภายในวัน)
  • ระบบ OMS + WMS รวมออเดอร์และสต๊อกไว้ในที่เดียว (ดูบริการทั้งหมด)

ดูค่าบริการ · ขอใบเสนอราคา

สรุป

การจัดการสินค้าหมดอายุของอาหารเสริมและเครื่องสำอางให้ไม่เสียของ ต้องคิดเป็นระบบ 4 ขั้น: ผูก Lot/MFG/EXP ตั้งแต่รับเข้า → ตั้งกฎอายุคงเหลือก่อนปล่อยขาย → มีบันไดระบายของตามเดือนที่เหลือ → ตามรอยออเดอร์ได้ถึงระดับล็อตเพื่อเรียกคืนแบบไม่ต้องหยุดขายทั้ง SKU ลองเริ่มจากเช็กลิสต์ด้านบน ข้อไหนที่ร้านหรือคลังของคุณยังตอบไม่ได้ ให้แก้ข้อนั้นก่อน

ถ้าอยากให้คลังที่รองรับการเก็บแยก Lot และเรียงตามวันหมดอายุดูแลสต๊อกแทน ขอใบเสนอราคา MyCloud Fulfillment หรือ ดูค่าบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การจัดการสินค้าหมดอายุ

เริ่มจากบันทึก Lot วันผลิต และวันหมดอายุของสินค้าทุกชิ้นตั้งแต่วันรับเข้าคลัง แล้วตั้งกฎอายุคงเหลือขั้นต่ำก่อนปล่อยขาย จากนั้นกำหนดล่วงหน้าว่าเหลืออายุกี่เดือนจะเริ่มระบายของ และเก็บข้อมูลว่าออเดอร์ไหนได้ล็อตไหนเพื่อใช้เรียกคืน

อย่างน้อยต้องมี SKU เลข Lot วันผลิต วันหมดอายุ จำนวนที่รับจริง วันที่รับเข้า และใบสั่งซื้อหรือผู้ส่ง ถ้าสินค้าไม่มีเลข Lot หรืออ่านวันหมดอายุไม่ออก ควรกักไว้ก่อนและยังไม่ปล่อยเข้าสต๊อกพร้อมขาย

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน ร้านควรตั้งนโยบายเองจากระยะเวลาที่ลูกค้าใช้สินค้าหมด ความเร็วในการขาย และเงื่อนไขของช่องทางขาย ตัวอย่างเช่น สินค้าอายุ 24 เดือน อาจกำหนดรับเข้าเมื่อเหลืออย่างน้อย 70% และขายปกติเมื่อเหลืออย่างน้อย 6 เดือน

ไล่ตามอายุที่เหลือ เริ่มจากทำ Bundle กับสินค้าขายดี ต่อด้วย Flash Sale หรือโค้ดเฉพาะล็อตโดยระบุวันหมดอายุให้ชัด จากนั้นขายเคลียร์ให้คู่ค้า B2B หรือใช้เป็น Sampling และเมื่อใกล้หมดอายุมากหรือหมดอายุแล้ว ให้หยุดขาย กักแยก ทำลาย และตัดจำหน่าย

ตามตัวอย่างฉลากที่ อย. เผยแพร่ ฉลากเครื่องสำอางต้องแสดงเลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิต และเดือนปีที่หมดอายุตามเงื่อนไขของประกาศ ส่วนอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องแสดงวันหมดอายุหรือวันควรบริโภคก่อน ควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดกับ อย. ก่อนพิมพ์ฉลาก

ไม่ได้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยฉลากอาหารในภาชนะบรรจุกำหนดว่าผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่าย ต้องไม่จำหน่ายอาหารที่พ้นวันหมดอายุหรือวันควรบริโภคก่อนตามที่แสดงไว้บนฉลาก

ต้องมีระบบที่บันทึกว่าแต่ละออเดอร์ถูกหยิบจาก Lot ไหนตั้งแต่ตอนหยิบหรือแพ็ก และรวมออเดอร์ทุกช่องทางไว้ในระบบเดียว เมื่อเกิดปัญหาจะดึงรายชื่อลูกค้าที่ได้ล็อตนั้นได้ทันที แล้วกักสต๊อกล็อตที่เหลือไม่ให้ถูกส่งเพิ่ม

โดยทั่วไปไม่จำเป็น ให้ใช้ SKU เดียวบนหน้าร้าน แต่ในระบบคลังต้องแยกเก็บและบันทึกเป็นคนละ Lot พร้อมวันหมดอายุของแต่ละล็อต ยกเว้นกรณีขายล็อตใกล้หมดอายุในราคาพิเศษ อาจตั้งรายการแยกบนหน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าเห็นวันหมดอายุชัดเจน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]

โลจิสติกส์กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ (Logistics & Online Business)

โลจิสติกส์สำหรับธุรกิจออนไลน์           โลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานมีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมากในยุคที่เทคโนโลยี disrupt ให้พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก และต้องมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอยู่เสมอ มีการใช้เทคโนโลยี และการจัดการโลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรให้สามารถเเข่งขัน หรืออยู่เหนือคู่แข่งทางธุรกิจ เพื่อเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอดีตและปัจจุบัน           อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ในยุคที่มี Technology มา disrupt ทำให้ธุรกิจออฟไลน์ เปลี่ยนมาลงทุนและแข่งขันบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น กลายเป็น ธุรกิจ E-Commerce ดังนั้นอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์จึงมีการพัฒนาตามไปด้วยอยู่เสมอ เมื่อตลาด E-Commerce เติบโตขึ้น ธุรกิจโลจิสติกส์ต่างแข่งขันกันพัฒนา ด้วยการเพิ่มบริการที่เข้าไปช่วยธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งการนำข้อมูลด้านโลจิสติกส์และ supply chain เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาบริการ อาทิ การวางแผนเส้นทางการเดินรถ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านขนส่ง กระจายสินค้า การใช้ GPS การปรับราคาบริการเพื่อลดต้นทุนให้ธุรกิจได้มากที่สุด หรือจุดเด่นด้านการขนส่ง จึงเน้นความเร็วเป็นหลักอีกด้วย […]

เริ่มต้นขายของใน Shopee จัดส่งสินค้ายังไง? กับ 4 วิธีที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ 

เริ่มขายของใน Shopee ออเดอร์แรกเข้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง? ไม่ต้องเครียด! ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปไขข้อข้องใจ และทำความรู้จักขั้นตอนการจัดส่งสินค้าบน Shopee อย่างละเอียด พร้อมเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก!    รูปแบบการจัดส่งบน Shopee มีอะไรบ้าง  ก่อนจะไปดูขั้นตอนการจัดส่ง เรามาทำความเข้าใจรูปแบบการจัดส่งหลัก ๆ ที่ Shopee รองรับกันก่อน เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว การจัดส่งสินค้าบน Shopee ที่ร้านค้าสามารถจัดการได้เอง (Non-Shopee Supported Logistics) หรือที่ Shopee รองรับ (Shopee Supported Logistics) จะมีตัวเลือกหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งอยู่ 2 รูปแบบ คือ   ร้านค้าจัดส่งสินค้าเอง (Drop Off)  Drop Off คือการที่ร้านค้านำพัสดุที่แพ็กเรียบร้อยแล้วไปส่งเอง ณ จุดบริการรับพัสดุของบริษัทขนส่งที่เลือกไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับร้านค้าที่สะดวกเดินทางหรือมีจุดบริการขนส่งอยู่ไม่ไกล […]

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]

โลจิสติกส์กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ (Logistics & Online Business)

โลจิสติกส์สำหรับธุรกิจออนไลน์           โลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานมีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมากในยุคที่เทคโนโลยี disrupt ให้พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก และต้องมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอยู่เสมอ มีการใช้เทคโนโลยี และการจัดการโลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรให้สามารถเเข่งขัน หรืออยู่เหนือคู่แข่งทางธุรกิจ เพื่อเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอดีตและปัจจุบัน           อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ในยุคที่มี Technology มา disrupt ทำให้ธุรกิจออฟไลน์ เปลี่ยนมาลงทุนและแข่งขันบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น กลายเป็น ธุรกิจ E-Commerce ดังนั้นอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์จึงมีการพัฒนาตามไปด้วยอยู่เสมอ เมื่อตลาด E-Commerce เติบโตขึ้น ธุรกิจโลจิสติกส์ต่างแข่งขันกันพัฒนา ด้วยการเพิ่มบริการที่เข้าไปช่วยธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งการนำข้อมูลด้านโลจิสติกส์และ supply chain เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาบริการ อาทิ การวางแผนเส้นทางการเดินรถ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านขนส่ง กระจายสินค้า การใช้ GPS การปรับราคาบริการเพื่อลดต้นทุนให้ธุรกิจได้มากที่สุด หรือจุดเด่นด้านการขนส่ง จึงเน้นความเร็วเป็นหลักอีกด้วย […]

เริ่มต้นขายของใน Shopee จัดส่งสินค้ายังไง? กับ 4 วิธีที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ 

เริ่มขายของใน Shopee ออเดอร์แรกเข้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง? ไม่ต้องเครียด! ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปไขข้อข้องใจ และทำความรู้จักขั้นตอนการจัดส่งสินค้าบน Shopee อย่างละเอียด พร้อมเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก!    รูปแบบการจัดส่งบน Shopee มีอะไรบ้าง  ก่อนจะไปดูขั้นตอนการจัดส่ง เรามาทำความเข้าใจรูปแบบการจัดส่งหลัก ๆ ที่ Shopee รองรับกันก่อน เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว การจัดส่งสินค้าบน Shopee ที่ร้านค้าสามารถจัดการได้เอง (Non-Shopee Supported Logistics) หรือที่ Shopee รองรับ (Shopee Supported Logistics) จะมีตัวเลือกหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งอยู่ 2 รูปแบบ คือ   ร้านค้าจัดส่งสินค้าเอง (Drop Off)  Drop Off คือการที่ร้านค้านำพัสดุที่แพ็กเรียบร้อยแล้วไปส่งเอง ณ จุดบริการรับพัสดุของบริษัทขนส่งที่เลือกไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับร้านค้าที่สะดวกเดินทางหรือมีจุดบริการขนส่งอยู่ไม่ไกล […]