สต๊อกไม่ตรงหลายครั้งไม่ได้เกิดตอนขาย แต่เกิด ตั้งแต่วันที่ของมาถึงคลัง หากนับผิด รับผิด SKU ติดบาร์โค้ดผิด หรือของยังไม่ขึ้นชั้นแต่ระบบนับว่าพร้อมขายแล้ว วิธีแก้คือ (1) ส่งใบแจ้งส่งสินค้าเข้าคลัง (ASN) ล่วงหน้าทุกครั้ง (2) นับรับเข้าเทียบเอกสารและนับซ้ำเมื่อไม่ตรง (3) ทำ Inbound QC แยกของเสีย/ของผิดออกก่อนเข้าสต๊อกขาย (4) สแกนบาร์โค้ดตอนวางของขึ้นชั้น (5) วัด stock accuracy ด้วย cycle count เป็นประจำ แล้วใช้ตัวเลขนั้นหาว่าความผิดพลาดเกิดที่ขั้นไหน
ทำไมสต๊อกไม่ตรงถึงเริ่มตั้งแต่วันรับของเข้าคลัง
สต๊อกไม่ตรง คืออาการที่ตัวเลขในระบบไม่เท่ากับของที่อยู่บนชั้นจริง และจุดที่ความผิดพลาดเกิดง่ายที่สุดคือขั้นรับเข้า เพราะเป็นครั้งแรกที่ของจริงถูกแปลงเป็นตัวเลขในระบบ ถ้าวันนั้นนับผิด 10 ชิ้น ตัวเลขผิดก็จะติดไปทุกช่องทางขายจนกว่าจะมีคนนับเจอ
คนทำคลังสินค้าจึงมักพูดกันว่า ความแม่นยำของสต๊อกเริ่มตั้งแต่หน้าประตูรับของ ไม่ใช่ตอนนับสิ้นเดือน
ผลที่ร้านออนไลน์เห็นชัดที่สุด:
|
อาการที่ร้านเจอ 22870_577f44-da> |
สาเหตุที่มักย้อนกลับไปถึงวันรับเข้า 22870_c0c682-1b> |
|---|---|
|
ขายเกินสต๊อก (Overselling) ต้องยกเลิกออเดอร์ 22870_aed896-27> |
ระบบบันทึกรับมากกว่าของจริง เช่น นับกล่องแต่ไม่ได้นับชิ้นข้างใน 22870_a127db-5d> |
|
ของมีแต่ขายไม่ได้ ระบบโชว์ว่าหมด 22870_e817e4-fb> |
ของมาถึงแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึก หรือถูกรับเข้าเป็น SKU อื่น 22870_82e071-7f> |
|
ลูกค้าได้ของผิดสี ผิดไซส์ หรือของชำรุด 22870_e37225-66> |
ไม่ได้ QC ตอนรับเข้า ติดบาร์โค้ดผิดตัว ของเสียปนเข้าสต๊อกพร้อมขาย 22870_cdce9e-c3> |
บทความนี้พูดเฉพาะ ขาเข้า (Inbound) ถ้าต้องการภาพรวมว่าการบริหารสต๊อกทั้งระบบคืออะไร อ่านต่อได้ที่ Inventory Management คืออะไร
ขั้นตอนตรวจรับสินค้าเข้าคลังที่ถูกต้อง (6 ขั้นตอน)
การตรวจรับสินค้าเข้าคลังที่ดีต้องมีเอกสารแจ้งล่วงหน้า นับเทียบเอกสาร ตรวจสภาพ ติดบาร์โค้ด บันทึกเข้าระบบ และสแกนตอนวางขึ้นชั้น หากข้ามขั้นไหน ตัวเลขก็เริ่มเพี้ยนตรงนั้น
|
ขั้น 22870_f70a21-95> |
ทำอะไร 22870_9fc17a-70> |
ทำไมสำคัญ 22870_a6541b-c1> |
|---|---|---|
|
1. ส่งใบแจ้งส่งสินค้าเข้าคลัง (ASN) 22870_ef5d6e-ac> |
ร้านแจ้งล่วงหน้าว่าจะส่ง SKU อะไร กี่ชิ้น กี่กล่อง Lot/วันหมดอายุ (ถ้ามี) และวันที่ส่ง 22870_d8948d-d8> |
คลังมี “ตัวเลขที่ควรได้” ไว้เทียบ ถ้าไม่มี ASN คลังทำได้แค่บันทึกตามที่เห็น ซึ่งผิดก็ไม่มีใครรู้ 22870_7341f0-04> |
|
2. รับของและเช็กจำนวนกล่อง 22870_ef5001-a6> |
นับจำนวนกล่อง/พาเลทเทียบใบส่งของ ถ่ายรูปสภาพกล่องตอนลงจากรถ 22870_a722aa-7d> |
กล่องขาดหรือบุบตั้งแต่ขนส่ง ต้องมีหลักฐานไว้เคลมขนส่งหรือซัพพลายเออร์ 22870_a11b42-8b> |
|
3. นับระดับชิ้นและนับซ้ำ 22870_a65bc2-be> |
แกะนับชิ้นเทียบ ASN ถ้าไม่ตรงให้อีกคนนับซ้ำ 22870_183e26-a8> |
นับรอบเดียวคนเดียวผิดง่าย การนับซ้ำโดยคนที่สองจับความผิดพลาดได้ก่อนเข้าระบบ 22870_eab59e-89> |
|
4. ตรวจคุณภาพ (Inbound QC) 22870_8fe0cd-86> |
สุ่มหรือตรวจทุกชิ้นตามประเภทสินค้า ดูสภาพ สี ไซส์ ซีล วันหมดอายุ 22870_98b1e3-36> |
แยกของเสีย/ของผิดออก ไม่ให้ปนเข้าสต๊อกพร้อมขาย 22870_d78c7c-43> |
|
5. ติดบาร์โค้ดและบันทึกเข้าระบบ 22870_48d528-ed> |
สินค้าที่ไม่มีบาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดซ้ำกันข้ามไซส์ ต้องติดฉลากใหม่ แล้วบันทึกยอดที่ผ่าน QC เข้าระบบคลัง 22870_2adb4f-88> |
1 บาร์โค้ด = 1 SKU เท่านั้น ถ้าเสื้อสีดำกับสีขาวใช้บาร์โค้ดเดียวกัน สต๊อกสองตัวนี้จะไม่มีวันตรง 22870_9e4741-3e> |
|
6. วางขึ้นชั้น (Put-away) และสแกนตำแหน่ง 22870_448e57-62> |
สแกนบาร์โค้ดสินค้า + บาร์โค้ดตำแหน่งชั้นวางตอนวาง 22870_e270f0-ac> |
ระบบรู้ว่าของอยู่ช่องไหน ตอนหยิบแพ็คจะไม่หยิบผิดตัว 22870_bc2dde-60> |
จุดที่ร้านทำเองได้ทันที: ส่ง ASN ให้ตรงกับของที่แพ็คจริง แยกกล่องตาม SKU ไม่รวมหลาย SKU ในกล่องเดียว และเขียนจำนวนชิ้นกับ SKU ไว้ข้างกล่อง 3 อย่างนี้ช่วยให้ขั้น 2–3 เร็วและแม่นขึ้นมาก
6 จุดที่สต๊อกหายระหว่างรับเข้าจนถึงวางขึ้นชั้น
ช่วงที่ของ “หาย” บ่อยที่สุดคือรอยต่อระหว่างของมาถึงคลังกับของพร้อมขายในระบบ เพราะของอยู่ในสถานะกึ่งกลาง เมื่อมาถึงแล้วแต่ยังไม่ได้ตรวจ ตรวจแล้วแต่ยังไม่ได้ขึ้นชั้น
|
จุดเสี่ยง 22870_62a259-f7> |
อาการ 22870_238a6d-f9> |
วิธีกัน 22870_4d8db8-fb> |
|---|---|---|
|
1. ASN ไม่ตรงของจริง 22870_ddbf03-db> |
ร้านแจ้ง 500 ชิ้น แต่แพ็คมา 480 ชิ้น ระบบอาจรับตาม ASN 22870_1a9bc7-09> |
นับระดับชิ้นทุกครั้ง บันทึกตามยอดนับจริง และแจ้งส่วนต่างกลับร้านเป็นลายลักษณ์อักษร 22870_fd0aab-1a> |
|
2. นับกล่องแทนนับชิ้น 22870_bdc1d2-7b> |
1 กล่องเขียนว่า 24 ชิ้น แต่ข้างในมี 22 22870_538ac8-9d> |
สุ่มแกะนับในกล่อง โดยเฉพาะล็อตแรกจากซัพพลายเออร์ใหม่ 22870_7f91b1-45> |
|
3. SKU หน้าตาคล้ายกัน 22870_b9f3ee-4d> |
ไซส์ M กับ L หรือกลิ่นต่างกันแต่ฉลากเหมือนกัน ถูกรับเข้าสลับกัน 22870_4507e0-80> |
ใช้บาร์โค้ดแยก SKU ชัดเจน และสแกนแทนการดูด้วยตา 22870_7fd328-8e> |
|
4. ของเสียปนเข้าสต๊อกพร้อมขาย 22870_dd91e3-c7> |
ระบบบอกมี 100 ชิ้น แต่ขายได้จริง 95 เพราะอีก 5 ชิ้นชำรุด 22870_de055b-42> |
QC ตอนรับเข้า แยกสถานะของเสีย/รอเคลมออกจากยอดพร้อมขาย 22870_aa3b56-a6> |
|
5. ของค้างโซนรับเข้า 22870_e3e9bd-e5> |
ของมาถึงแล้ว แต่ยังไม่ขึ้นชั้น ระบบอาจโชว์ว่าพร้อมขายหรือยังไม่โชว์เลย 22870_39bec7-c6> |
กำหนดสถานะรับเข้าให้ชัด (รอตรวจ / ตรวจเสร็จ / พร้อมขาย) และติดตามสถานะได้ 22870_9d3285-ea> |
|
6. ตัวเลขไม่ซิงก์ข้ามช่องทาง 22870_630dfc-c1> |
คลังรับเข้าครบแล้ว แต่หน้าร้าน Shopee/TikTok Shop ยังเป็นยอดเก่า 22870_94c537-66> |
ใช้ระบบจัดการออเดอร์ (OMS) ที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มและดึงยอดจากคลังเป็นตัวเลขกลางชุดเดียว 22870_7db2a9-af> |
จุดที่ 6 ทำให้หลายร้านคิดว่าคลังนับผิด ทั้งที่จริงคือระบบหน้าร้านกับระบบคลังซิงก์ไม่ทัน ดูความต่างของสองระบบได้ที่ OMS กับ WMS ต่างกันอย่างไร
Stock Accuracy คืออะไร คำนวณยังไง (พร้อมตัวอย่าง)
Stock accuracy (ความแม่นยำของสต๊อก) คือเปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าตัวเลขในระบบตรงกับของที่นับได้จริงแค่ไหน วัดได้จากการนับจริงแล้วเทียบกับยอดในระบบ เป็นตัวเลขเดียวที่บอกได้ว่าปัญหาสต๊อกไม่ตรงของร้าน “ดีขึ้นหรือแย่ลง”
สูตรที่ใช้กันมี 3 แบบ แต่ละแบบเล่าคนละเรื่อง:
|
สูตร 22870_e6dc41-0b> |
วิธีคิด 22870_b746e5-22> |
ข้อดี / ข้อควรระวัง 22870_1aa8f5-1b> |
|---|---|---|
|
แบบที่ 1: ยอดรวม 22870_b31add-e4> |
(จำนวนที่นับได้ ÷ จำนวนในระบบ) × 100 22870_bae7d7-9a> |
ง่ายที่สุด แต่ ของเกินกับของขาดหักลบกันได้ ทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง 22870_8da1d7-d6> |
|
แบบที่ 2: ผลต่างสัมบูรณ์ (IRA) 22870_5619a5-70> |
[1 − (ผลรวมผลต่างแบบไม่คิดเครื่องหมาย ÷ จำนวนในระบบรวม)] × 100 (KORONA POS) 22870_8d8fb9-1e> |
ของเกินกับของขาดไม่หักลบกัน สะท้อนความผิดพลาดจริง 22870_51f122-31> |
|
แบบที่ 3: ราย SKU 22870_44fc78-8a> |
(จำนวน SKU ที่ตรงกับระบบ ÷ จำนวน SKU ที่นับ) × 100 22870_47f253-7a> |
เข้มที่สุด เหมาะกับร้านออนไลน์ เพราะลูกค้าสั่งเป็น SKU ผิดตัวเดียวก็ส่งผิด 22870_d67543-27> |
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ): ร้านสกินแคร์นับสต๊อก 5 SKU
|
SKU 22870_0550fd-b0> |
ในระบบ 22870_ff7167-f4> |
นับได้จริง 22870_0a8421-c8> |
ผลต่าง 22870_d5e3c1-5f> |
|---|---|---|---|
|
เซรั่ม 30 ml 22870_8c43f9-4e> |
200 22870_5b253d-5d> |
200 22870_b39c63-7e> |
0 22870_acfb7b-b2> |
|
เซรั่ม 50 ml 22870_4bcf95-0d> |
150 22870_8d6374-e8> |
140 22870_4db3f3-ab> |
−10 22870_387216-20> |
|
ครีมบำรุง 22870_3c2768-07> |
100 22870_462691-db> |
108 22870_0766e4-4e> |
+8 22870_acec68-54> |
|
สบู่ล้างหน้า 22870_22388d-52> |
300 22870_147325-e5> |
300 22870_256962-c8> |
0 22870_8cc5c1-a2> |
|
โทนเนอร์ 22870_fc4a62-ab> |
250 22870_40e4ae-9e> |
250 22870_2d1fc3-2d> |
0 22870_05089b-0a> |
|
รวม 22870_88af24-6c> |
1,000 22870_e4384a-60> |
998 22870_07c11d-54> | 22870_299716-25> |
- แบบที่ 1: 998 ÷ 1,000 × 100 = 99.8% ดูเกือบสมบูรณ์
- แบบที่ 2: ผลต่างรวมแบบไม่คิดเครื่องหมาย = 10 + 8 = 18 → [1 − (18 ÷ 1,000)] × 100 = 98.2%
- แบบที่ 3: ตรง 3 จาก 5 SKU → 60%
ข้อมูลชุดเดียวกัน ได้ 3 ตัวเลขที่ต่างกันมาก แบบที่ 1 ซ่อนปัญหาไว้ เพราะของเกิน 8 ชิ้นไปหักลบกับของขาด 10 ชิ้น และ SKU ที่ขาดกับเกินพร้อมกันแบบนี้ มักเป็นสัญญาณว่า มีของถูกรับเข้าหรือหยิบผิด SKU ซึ่งควรย้อนไปดูตั้งแต่ใบรับเข้าของล็อตนั้น
แนะนำ: ติดตามแบบที่ 2 เป็นตัวเลขหลัก และดูแบบที่ 3 คู่กันเพื่อหาว่า SKU ไหนต้องแก้ ไม่ว่าเลือกแบบไหน ให้ใช้สูตรเดิมทุกเดือน ไม่อย่างนั้นจะเทียบแนวโน้มไม่ได้
Stock accuracy เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี
ยังไม่มีมาตรฐานกลางของไทย แต่แหล่งอ้างอิงด้านคลังสินค้าในต่างประเทศแบ่งระดับไว้ประมาณนี้:
|
ระดับ 22870_f642fe-f5> |
Stock accuracy 22870_2a0990-27> |
|---|---|
|
ต้องปรับปรุงเร่งด่วน 22870_7e106b-b3> |
ต่ำกว่า 95% 22870_15ad3b-e5> |
|
ปานกลาง 22870_997a25-36> |
95–97% 22870_f4076f-10> |
|
ดีมาก 22870_519ea5-72> |
98–99% 22870_e5df4b-0c> |
|
ยอดเยี่ยม 22870_f8290a-49> |
99–99.5% 22870_adc0fc-a4> |
|
ระดับแนวหน้า 22870_a90a42-65> |
สูงกว่า 99.5% 22870_119afb-c9> |
ตัวเลขเหล่านี้เป็น benchmark จากต่างประเทศ และแต่ละแหล่งใช้สูตรต่างกัน ใช้เป็นแนวทางตั้งเป้าได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ตัวเลขของร้านคุณดีขึ้นทุกเดือนหรือเปล่า
Cycle Count: นับบ่อยแค่ไหนให้ตัวเลขนิ่ง
Cycle count คือการนับสต๊อกทีละส่วนวนไปเรื่อย ๆ แทนการปิดคลังนับทั้งหมดปีละครั้ง ช่วยให้เจอความผิดพลาดเร็ว และได้ตัวเลข stock accuracy มาใช้ทุกเดือน (ประเภทการนับแบบอื่น ๆ อ่านได้ที่บทความ การนับสต๊อก)
วิธีที่นิยมคือแบ่งสินค้าตามหลัก ABC แล้วนับกลุ่มสำคัญบ่อยกว่า ตัวอย่างความถี่เริ่มต้นที่ KORONA POS แนะนำ:
|
กลุ่ม 22870_715e22-cd> |
สินค้าแบบไหน 22870_e65b74-05> |
ความถี่นับเริ่มต้น 22870_3c2069-72> |
|---|---|---|
|
A 22870_a85d0c-18> |
ราว 20% ของ SKU ที่สร้างมูลค่าส่วนใหญ่ (สินค้าฮีโร่ ขายดี ราคาสูง) 22870_078fae-4b> |
ทุก 1–2 สัปดาห์ 22870_e84189-6b> |
|
B 22870_513e47-2c> |
ราว 30% ของ SKU กลุ่มกลาง 22870_aa2684-f1> |
เดือนละครั้ง 22870_4eba57-e3> |
|
C 22870_5f3d6b-d8> |
ราว 50% ของ SKU ที่ขายช้า มูลค่าน้อย 22870_b1bbf9-7c> |
ไตรมาสละครั้ง 22870_f7f301-6e> |
เทคนิคที่ทำให้ cycle count ใช้แก้ปัญหาขาเข้าได้จริง:
- นับ SKU ที่เพิ่งรับเข้าภายใน 1–2 วันหลังขึ้นชั้น ถ้าผิด จะรู้ทันทีว่าผิดจากล็อตรับเข้า ไม่ใช่จากการขาย
- บันทึกสาเหตุทุกครั้งที่นับไม่ตรง เช่น รับผิด SKU / นับกล่องไม่นับชิ้น / หยิบผิด / ของเสีย แล้วดูทุกเดือนว่าสาเหตุไหนมากที่สุด
- นับซ้ำก่อนปรับยอด ถ้านับไม่ตรงให้คนที่สองนับอีกรอบ ค่อยปรับยอดในระบบ
Inbound QC ลดของผิดและของเสียหายถึงมือลูกค้าได้ยังไง
Inbound QC คือการตรวจคุณภาพสินค้าตอนรับเข้าคลัง ก่อนบันทึกเป็นสต๊อกพร้อมขาย ช่วยกันของเสีย ของผิดสเปก และของหมดอายุไม่ให้หลุดไปถึงขั้นแพ็ค ถ้ารอไปเจอตอนแพ็ค ออเดอร์นั้นจะสะดุด และถ้าหลุดไปถึงลูกค้า ก็กลายเป็นเคลม รีวิวลบ และค่าส่งคืน
ต่างจาก QC ตอนแพ็คที่ตรวจแค่ว่า หยิบถูก SKU ถูกจำนวน ซึ่งถ้าของเสียหลุดเข้าสต๊อกมาตั้งแต่ขาเข้า ยอดในระบบก็เพี้ยนไปแล้วก่อนจะถึงโต๊ะแพ็ค
สิ่งที่ควร QC ตามประเภทสินค้า:
|
ประเภทสินค้า 22870_4be3b2-38> |
จุดที่ควรตรวจ 22870_8810c6-8a> |
|---|---|
|
เครื่องสำอาง / สกินแคร์ / อาหารเสริม 22870_2e37d2-97> |
ซีลไม่ขาด ฉลากครบ เลข อย. วันผลิต–วันหมดอายุ Lot No. 22870_7c3b6b-90> |
|
แฟชั่น / เสื้อผ้า 22870_0db365-1f> |
สี ไซส์ตรงป้าย ไม่มีตำหนิ รอยเปื้อน ป้ายไซส์ตรงบาร์โค้ด 22870_b0689c-51> |
|
อิเล็กทรอนิกส์ / แกดเจ็ต 22870_0156ce-de> |
กล่องไม่บุบ อุปกรณ์ในกล่องครบ ฉลาก มอก. (ถ้าเป็นสินค้าที่กฎหมายกำหนด) 22870_ac270f-33> |
|
ของแตกง่าย 22870_78e561-81> |
สภาพหลังขนส่ง รอยร้าว การห่อกันกระแทกจากซัพพลายเออร์ 22870_2cae85-32> |
ระดับการตรวจ: ร้านควรตกลงกับคลังให้ชัดว่าแต่ละ SKU ต้องการ สุ่มตรวจ หรือ ตรวจทุกชิ้น สินค้าราคาสูงหรือเคยมีปัญหาจากซัพพลายเออร์ควรตรวจละเอียดกว่าสินค้าทั่วไป
Inbound QC ที่ดีส่งผลต่อเนื่องไปถึงการแพ็คสินค้าด้วย เพราะคนแพ็คหยิบจากสต๊อกที่ผ่านการตรวจมาแล้ว ไม่ต้องลุ้นว่าชิ้นที่หยิบจะสมบูรณ์ไหม
เช็กลิสต์ 10 ข้อ ถามผู้ให้บริการ Fulfillment เรื่องการรับสินค้าเข้าคลัง
ถ้าจะฝากสต๊อกไว้กับ Fulfillment ให้ถามเรื่องขาเข้าก่อนเรื่องค่าบริการ เพราะความแม่นของสต๊อกทั้งหมดขึ้นอยู่กับขั้นนี้
- รับเข้าแล้ว นับระดับชิ้น หรือนับแค่กล่อง?
- ถ้ายอดนับไม่ตรง ASN แจ้งร้านยังไง ภายในกี่วัน มีเอกสารหรือรูปประกอบไหม?
- Inbound QC แบบมาตรฐาน ตรวจกี่เปอร์เซ็นต์ และขอตรวจละเอียดเพิ่มเฉพาะ SKU ได้ไหม?
- ของเสียที่เจอตอนรับเข้า แยกสถานะออกจากสต๊อกพร้อมขาย หรือไม่?
- ติดบาร์โค้ดหรือฉลากให้ ได้ไหม กรณีสินค้าไม่มีบาร์โค้ดหรือต้องติดสติกเกอร์ตามกฎหมาย?
- ระบบ ระบุตำแหน่งชั้นวางด้วยบาร์โค้ด ไหม?
- จัดเก็บและตัดสต๊อกตาม Lot / วันหมดอายุ (FIFO / FEFO) ได้ไหม?
- ร้าน ดูสถานะรับเข้าได้เอง ไหมว่าล็อตไหนรับครบแล้ว ล็อตไหนยังตรวจอยู่?
- ทำ cycle count บ่อยแค่ไหน และร้านขอดูผลนับหรือ stock accuracy ได้ไหม?
- สต๊อกในคลัง ซิงก์ไปทุกแพลตฟอร์มขาย อัตโนมัติหรือไม่?
MyCloud Fulfillment ช่วยได้อย่างไร
MyCloud Fulfillment มีขั้นตอน Inbound QC ตรวจรับสินค้าก่อนเข้าสต๊อก และบันทึกทุกขั้นผ่านระบบบาร์โค้ด เพื่อให้ตัวเลขที่ร้านเห็นในระบบตรงกับของบนชั้นมากที่สุด รายละเอียดดูได้ที่หน้าบริการจัดการสต๊อกสินค้า
- Standard Inbound: ตรวจสอบใบแสดงรายการสินค้าหรือใบ PO นับจำนวน และ สุ่มตรวจสินค้า 10% ในทุกการรับเข้า
- Special Inbound: QC ตามสเปกที่ร้านกำหนด ติดสติกเกอร์ อย. / มอก. / สคบ. เปลี่ยนแพ็กเกจ และคัดแยกสินค้าก่อนจัดเก็บ
- บันทึกเข้าระบบคลัง (WMS) ผ่านบาร์โค้ด และใช้ Barcode Location ระบุตำแหน่งชั้นวาง ช่วยให้หยิบถูกตัว
- จัดเก็บตาม Lot No. และวันหมดอายุ รองรับ FIFO / LIFO / Expired Date
- แบ่งสต๊อกได้ในระบบ: ยอดพร้อมขาย (Available) สต๊อกกันไว้สำหรับแคมเปญ (Buffer) และตั้ง Safety stock ให้แจ้งเตือนเมื่อของใกล้หมด พร้อม เช็กสถานะรับเข้า ได้ว่ารับครบแล้วหรือยัง
- วิดีโอการแพ็คทุกออเดอร์ จากกล้องประจำโต๊ะแพ็ค เก็บไว้ 3 เดือน ดูผ่านลิงก์ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน ใช้เป็นหลักฐานเมื่อลูกค้าเคลมว่าได้ของไม่ครบ
- คลังสินค้า 2 สาขา มีนบุรีและลาดกระบัง พร้อมบริการส่งด่วนแบบ Instant (ส่งทันที) และ Express (ส่งภายในวัน)
- เชื่อมต่อแพลตฟอร์มขาย ผ่านระบบจัดการออเดอร์ ดูรายชื่อแพลตฟอร์มที่รองรับได้ที่หน้าการเชื่อมต่อ
MyCloud เป็นคลังสินค้า ไม่ได้ขายระบบ ฟีเจอร์ทั้งหมดข้างบน ทั้ง WMS, OMS และการแบ่งสต๊อก ร้านค้าใช้ได้ผ่านบริการ Fulfillment ของเรา
สรุป
สต๊อกไม่ตรงแก้ไม่จบถ้าไล่แก้แค่ปลายทาง เพราะต้นเหตุจำนวนมาก เริ่มตั้งแต่วันรับของเข้าคลัง เริ่มจากส่ง ASN ให้ตรง นับระดับชิ้นและนับซ้ำเมื่อไม่ตรง ทำ Inbound QC แยกของเสียออกก่อนนับเป็นสต๊อกพร้อมขาย สแกนบาร์โค้ดตอนวางขึ้นชั้น แล้ววัด stock accuracy ด้วย cycle count ทุกเดือนด้วยสูตรเดิม ตัวเลขจะบอกเองว่าความผิดพลาดเกิดที่ขั้นไหน
ถ้าอยากให้ทีมคลังดูแลขั้นตอนรับเข้า QC และสต๊อกแทน ขอใบเสนอราคา MyCloud Fulfillment แล้วใช้เช็กลิสต์ 10 ข้อด้านบนถามทีมเราได้ทุกข้อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สต๊อกไม่ตรงและการตรวจรับสินค้า
สาเหตุหลักมักเริ่มตั้งแต่ขั้นรับสินค้าเข้าคลัง เช่น นับกล่องแทนนับชิ้น รับเข้าผิด SKU ของเสียปนเข้าสต๊อกพร้อมขาย หรือของมาถึงแล้วแต่ยังไม่ได้บันทึก นอกจากนี้ยังเกิดจากการหยิบผิด การรับคืนสินค้าที่ไม่ได้บันทึก และระบบหน้าร้านกับระบบคลังซิงก์ตัวเลขไม่ทัน
ตรวจจำนวนกล่องเทียบใบส่งของ นับระดับชิ้นเทียบใบแจ้งส่งสินค้าเข้าคลัง (ASN) หรือใบสั่งซื้อ ตรวจสภาพและสเปกสินค้า วันหมดอายุและ Lot No. ติดบาร์โค้ดให้ 1 บาร์โค้ดตรงกับ 1 SKU แล้วบันทึกยอดที่ผ่านการตรวจเข้าระบบ และสแกนตำแหน่งตอนวางขึ้นชั้น
ASN (Advance Shipping Notice) คือเอกสารที่ร้านแจ้งคลังล่วงหน้าว่าจะส่งสินค้า SKU อะไร จำนวนเท่าไหร่ กี่กล่อง และส่งวันไหน คลังใช้เป็นตัวเลขอ้างอิงตอนนับรับ ถ้ายอดนับจริงไม่ตรงกับ ASN จะรู้ทันทีและแจ้งร้านได้ก่อนตัวเลขผิดเข้าระบบ
สูตรที่ใช้บ่อยคือ (จำนวนที่นับได้ ÷ จำนวนในระบบ) × 100 แต่สูตรนี้ปล่อยให้ของเกินกับของขาดหักลบกันได้ จึงแนะนำให้ใช้สูตรผลต่างสัมบูรณ์ คือ [1 − (ผลรวมผลต่างแบบไม่คิดเครื่องหมาย ÷ จำนวนในระบบรวม)] × 100 และดูสัดส่วน SKU ที่นับตรงคู่กัน
แหล่งอ้างอิงด้านคลังสินค้าในต่างประเทศถือว่า 98–99% อยู่ในระดับดีมาก สูงกว่า 99% ขึ้นไปอยู่ในระดับยอดเยี่ยม และต่ำกว่า 95% ต้องปรับปรุงเร่งด่วน ตัวเลขนี้เป็นแนวทาง สิ่งสำคัญคือใช้สูตรเดิมทุกเดือนแล้วดูว่าดีขึ้นหรือไม่
แบ่งสินค้าตามหลัก ABC แล้วนับกลุ่ม A ที่ขายดีหรือมูลค่าสูงทุก 1–2 สัปดาห์ กลุ่ม B เดือนละครั้ง และกลุ่ม C ไตรมาสละครั้ง และควรนับ SKU ที่เพิ่งรับเข้าภายใน 1–2 วันหลังวางขึ้นชั้น เพื่อจับความผิดพลาดจากการรับเข้าได้เร็ว
Inbound QC ตรวจสภาพ สเปก จำนวน และวันหมดอายุของทั้งล็อตตอนรับเข้า แล้วแยกของเสียออกก่อนนับเป็นสต๊อกพร้อมขาย ส่วน QC ตอนแพ็คตรวจว่าหยิบถูก SKU และถูกจำนวนตามออเดอร์ ทั้งสองจุดต้องมีคู่กัน
เตรียมรายการ SKU พร้อมบาร์โค้ดที่ไม่ซ้ำกัน ส่งใบแจ้งส่งสินค้าเข้าคลังให้ตรงกับของที่แพ็คจริง แยกกล่องตาม SKU เขียนจำนวนชิ้นและ SKU ข้างกล่อง ระบุ Lot และวันหมดอายุถ้ามี และแจ้งคลังว่า SKU ไหนต้องการ QC ละเอียดเป็นพิเศษ
